แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

ปรับเปลี่ยนชีวิต พิชิตความดันโลหิตสูง












ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว โรคไตวาย และโรคอัมพาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ การตรวจวัดความดันสม่ำเสมอจะช่วยวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก และการควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติ ตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยจะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น
      
       • จะทำอย่างไร..เมื่อรู้ว่า
       เป็นโรคความดันโลหิตสูง
      
       การรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่เริ่มเป็น หรือระดับความดันโลหิตยังสูงไม่มาก จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ความดันโลหิตกลับมาอยู่ในระดับปกติได้ (ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท) โดยไม่ต้องอาศัยการรับประทานยา
      
       • หลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
       เพื่อความดันโลหิตสูง
      
       1. ลดน้ำหนัก : ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน การลดน้ำหนักลงจะได้ประโยชน์ในการลดความดันโลหิตมาก การลดน้ำหนักลง 10 กิโลกรัม จะลดความดันโลหิตได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอท ความจริงแล้วผลดีอื่นๆ ที่ได้จากการลดน้ำหนักมีมากกว่าการลดความดันโลหิต เช่น ป้องกันการเกิดเบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น ควรควบคุมไม่ให้ดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 25 กก./ตรม.
      
       ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว(กิโลกรัม)/ส่วนสูง(เมตร)
      
       2. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม : เมื่อได้รับ “เกลือ” หรืออาหารรสเค็มต่างๆ ร่างกายจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณสารน้ำในร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและควบคุมได้ยาก ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรส เค็ม โดยไม่เติมเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วในอาหารอีก นอกจากนั้น ควรงดผงชูรส หรืออาหารที่มีผงชูรสอยู่มากด้วย เนื่องจากผงชูรสมีเกลือโซเดียมเช่นกัน
      
       ไม่แนะนำให้ใช้เกลือเทียม เช่น เกลือโปแตสเซียมแทนเกลือแกง เนื่องจากเป็นอันตรายได้ในผู้ที่มีไตเสื่อม อาหารที่แนะนำควรเป็นอาหารที่พลังงานต่ำ และมีไขมันจากสัตว์น้อย เพิ่มการรับประทานปลาแทนเนื้อหรือหมู และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงต่างๆ ขนมหวาน เน้นผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัดแทน
      
       3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ครั้งละ 20-30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตลงบ้างแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักได้ง่าย โคเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น จิตแจ่มใส
      
       สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมาก หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ถ้าไม่สามารถจัดเวลาเพื่อออกกำลังกายได้ แนะนำให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำอยู่แล้ว เช่น ใช้การเดินขึ้นบันไดแทนลิฟท์ เดินไปตลาดหรือทำงานบ้านด้วยตนเอง
      
       4. งดบุหรี่ : การสูบบุหรี่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วขณะ แม้ว่าการเลิกบุหรี่อาจไม่มีผลลดความดันโลหิตในระยะยาว แต่ไม่สูบบุหรี่จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง มะเร็งอีกหลายชนิด และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคนใกล้ชิดอีกด้วย
      
       5. ลดแอลกอฮอล์ : แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยๆ อาจช่วยเพิ่มไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดีได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ดื่ม เนื่องจากผลเสียของการดื่มแอลกอฮอล์มีมากกว่าผลดี อย่าเชื่อโฆษณาที่แนะนำให้ดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ หากท่านดื่มอยู่แล้ว ก็ควรจำกัดปริมาณให้น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว
      
       การเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ การรักษาโรคโดยใช้ยาเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอหลังจากที่ทราบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง






http://nongtoob5a.blogspot.com
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558
Posted by Unknown

สุขภาพ กับ ความวาม





วันนี้คาร์ล่าจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ประเภทตา 3 ชิ้นที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งดีจนคาร์ล่าเองต้องบอกต่อเลย ส่วนสาวๆคนไหนที่อยากเห็นรูปเบื้องหลังบททดสอบ Vogue Voted Best Beauty Award ที่คาร์ล่า เพื่อนๆ Vogue Beauty Blogger และเหล่าเอดิเตอร์ทีมโว้ก รวบรวมและทดลองผลิตภัณฑ์ประเภทตาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไลเนอร์ หรือมาสคาร่า ไปจนถึงคิ้ว ก็คลิ้กไปดูรูปได้ที่นี่ ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะ ต้องรอการประกาศผลในสัปดาห์หน้ากันนะคะ



ตัวแรกที่คาร์ล่าอยากจะมาพูดถึงวันนี้คือ Laura Mercier Caviar Stick สี Sugar Frost ซึ่งเป็นอายชาโดว์เนื้อครีมที่มาในรูปแบบแท่ง สีนี้เหมาะทั้งลุคกลางวันและกลางคืน สำหรับลุคแบบกลางวัน สามารถทาลงบนเปลือกตาได้เลย หรือจะใช้แปรงก็ได้เหมือนกัน แต่ใช้น้อย ๆ นะคะ เพราะใช้แค่นิดเดียวก็เห็นเนื้อสีชัดแล้วค่ะ



ขอบอกเลยว่าพิกเม้นท์ ดีมาก ๆ โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนเปลือกตาค่อนข้างมัน อายชาโดว์แบบครีมตัวอื่นเวลาทาแล้วจะแตก แต่ของ Laura Mercier น่าประทับใจมาก คาร์ล่าทาทั้งวันแล้วไม่แตกเลย สีติดทนแน่น นานมาก อันนี้รับรอง



คาร์ล่าใช้ทาตรงมือแล้วลองถูดู แรงขนาดไหนสีก็ไม่ลอก พอตกเย็นคาร์ล่าก็แค่นำสี Smoke ซึ่งเป็นสีดำมาทาแล้วเกลี่ยตามเบ้าตาเป็นสโมกกี้อาย ง่ายและเร็วมากๆ

นอกจากเกลี่ยง่ายมากๆ แล้ว คือเราไม่ต้องกังวลเลยว่าตอนทำเราแต่งตาจะมีผงตกหล่นตรงใต้ตาของเรา จนทำให้เรากลายเป็นหมีแพนด้า ซึ่งบางคนก็จะนำคอนซีลเลอร์มากลบแต่กลบเยอะไป ก็จะทำให้เนื้อคอนซีลเลอร์แตก ต้องล้างเสียเวลา เพียงแค่มี Caviar Stick ก็จะทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นมากเลย

สำหรับ Laura Mercier Caviar Stick มีทั้งหมด 23 สี สามารถสั่งซื้อได้ทาง เว็บไซต์หลักของ Laura Mercier ค่ะ มีทั้งสีที่ทาง่ายแบบนู้ดและสีสดใสแฟนซี แต่คาร์ล่าแนะนำว่าให้เก็บไว้ในที่ๆ ไม่ร้อน เพราะถ้าร้อนไปเวลาทาแล้วเนื้อครีมจะเละไป

มาต่อกันด้วย Eye Shadow แบบ Cream อีกยี่ห้อนึง ที่ดีเริ่ดไม่แพ้กันก็คือ Bobbi Brown ตัว Long-Wear Cream Shadow Stick ซึ่งมีทั้งหมด 8 สี ให้เลือกกันค่ะ Bobby Brown ก็จะเน้นแนว Earth Tone ซะส่วนใหญ่ แต่หนึ่งสีที่คาร์ล่าชอบเป็นพิเศษ คือสี Golden Pink สีสวยเหมาะกับคนผิวขาว แต่คนผิวสีเข้มก็สามารถใช้เป็นไฮไลท์ได้

มีส่วนผสมวิตามิน E และ C ช่วยบำรุงผิวบริเวณเปลือกตาของเรา สามารถใช้ได้ทั้งลุคกลางวันและกลางคืนเช่นกัน หรือถ้านำมาทาตรงแก้มก็สวยไปอีกแบบ สำหรับสีนี้ ทาแล้วคัดเบ้าตา ปิดท้ายด้วยติดขนตาปลอมก็จะลุคหวานสดใส สุดท้ายนี้สำหรับใครที่ติดเทปตาสองชั้นอาจจะทำให้เทปตาของเราเคลื่อนไปมา แนะนำให้ใช้น้อยๆ แล้วลงอายชาโดว์แบบผงตามจะช่วยได้ เพราะคาร์ล่าเองก็ติดอยู่เหมือนกันค่ะ





http://women.sanook.com
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558
Posted by Unknown

สุขภาพดี ไม่มีโรคทั้งติดต่อและไม่ติดต่อมาเบียดเบียนค่ะ



องค์การอนามัยโลกได้นำเสนอถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ โรคไม่ติดต่อ ที่มีอัตราสูงต่อการคร่าชีวิตของมนุษย์ นับว่าเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ ควรระมัดระวังและใส่ใจทั้งตัวเองและสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อให้มีสุขภาพดี ไม่มีโรคทั้งติดต่อและไม่ติดต่อมาเบียดเบียนค่ะ



10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ


1.โรคไม่ติดต่อ (Noncommunicable diseases, NCDs) คิดเป็นร้อยะ 63 ของการเสียชีวิตทั้งหมด โรคเหล่านี้เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจ มะเร็ง โรคทางเดินระบบหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน

2.ร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากโรคไม่ติดต่อเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง

3.หนึ่งในสี่ของการเสียชีวิตเกิดขึ้นกับผู้คนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี

4.ทั่วโลก โรคไม่ติดต่อส่งผลกระทบต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชายเกือบๆจะเท่ากัน

5.ปัจจัยเสี่ยงสำคัญๆของโรคไม่ติดต่อก็คือ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และการไม่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางกาย

6.โรคไม่ติดต่อไม่เพียงแค่เป็นปัญหาทางสุขภาพ แต่เป็นการท้าทายด้านการพัฒนาอีกด้วย เพราะว่าโรคไม่ติดต่อผลักดันให้ผู้คนหลายต่อหลายคนเข้าสู่หรือขุดหลุมฝังพวกเขาให้อยู่ในวังวนแห่งความยากจน อันเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการรักษาอันมหาศาล

7.ผู้ใหญ่ราวพันล้านคนมีภาวะน้ำหนักเกิน หากปราศจากปฏิบัติการบางอย่างตัวเลขนี้จะเลย 1.5 พันล้านคนภายในปีค.ศ. 2015

8.เด็กราวๆ 40 ล้านชีวิตอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เป็นโรคน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

9.การใช้ยาสูบคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าห้าล้านคนต่อปี  ตัวเลขนี้อาจสูงขึ้นไปกว่าแปดล้านคนภายในปี ค.ศ. 2030 นอกเสียจากว่าปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนจะเกิดขึ้นเพื่อควบคุมการระบาดที่เกิดขึ้นไปทั่วของยาสูบ

10.การกำจัดความเสี่ยงหลักๆให้หมดไปสามารถช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อส่วนใหญ่ได้ หากปัจจัยเสี่ยงหลักๆของโรคไม่ติดต่อถูกกำจัดให้หมดไป ผลที่จะเกิดตามมาก็เช่น ราวสามในสี่ของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานชนิดที่สองก็จะได้รับการป้องกัน รวมถึงร้อยละ 40 ของโรคมะเร็งก็จะได้รับการป้องกันไปด้วย


ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทุกคนต้องดูแลตัวเองและเผื่อแผ่ความเอาใจใส่ไปถึงทุกคนสำคัญรอบกายด้วยนะคะ






ที่มา: http://family.truelife.com
Posted by Unknown

ข่วร้องประจำวัน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

visitor

- Copyright © ข่าววันนี้ -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -