Posted by : Unknown วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

ผลดีเอ็นเอ‘ยูซุฟู’ไม่ใช่มือวางแต่พันบึ้ม
ผลดีเอ็นเอ‘ยูซุฟู’ไม่ใช่มือวางแต่พันบึ้ม ‘ประวุฒิ’เผยตรงแปรงสีฟัน-กรรไกรตัดเล็บในห้องพักย่านมีนบุรี ภาพวงจรปิด'ยูซูฟู'ซื้อสารเคมีร้านเคมีภัณฑ์ย่านมีนบุรี

               ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 กันยายน  พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษกตร. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า จากการตรวจสอบผลตรวจดีเอ็นเอของนายไมไรลี ยูซุฟูผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่ตรงกับดีเอ็นเอบนรถแท็กซี่ที่รับคนร้ายจากย่านศาลาแดงไปส่งที่หัวลำโพงและไม่ตรงกับบนธนบัตรใบละ 20 บาท ที่ได้มาจากคนขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งเศษวัสดุจากกระเป๋าที่คาดว่าบรรจุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุด้วยแต่ตรงกับลายนิ้วมือแฝงที่เจอที่กระป๋องบรรจุสารประกอบระเบิดที่พบภายในห้องของพูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์  ย่านหนองจอกและตรงกันกับดีเอ็นเอที่เจ้าหน้าที่พบบนแปรงสีฟัน,กรรไกรตัดเล็บ ภายในห้องพักของไมมูนา การ์เด้น โฮม ย่านมีนบุรี จึงเชื่อได้ว่านายไมไรลี ยูซุฟู น่าจะเชื่อมโยงกับสารประกอบระเบิดที่พูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์ และพักอาศัยอยู่ที่ไมมูณา การ์เด้น โฮม

          



    “อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่านายไมไรลี ยูซุฟูคือชายเสื้อเหลือง ผู้วางระเบิดเป็นเพียงหนึ่งในขบวนการ ทั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจยังถือว่านายไมไรลี ยูซุฟู มีสัญชาติจีนตามพาสปอร์ตที่ตรวจพบ” พล.ต.ท.ประวุฒิระบุ

               เมื่อถามว่าหากพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์นั้น เหตุใดจึงไม่แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่า พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ยังแจ้งเพียงข้อหา “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ยังไม่ได้แจ้งเป็นข้อหา ร่วมกันฆ่า เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน ซึ่งหากพบว่าเข้าข่าย ก็เตรียมจะแจ้งต่อไป

               พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการตรวจค้นบ้านเช่าในซอยราษฎร์อุทิศ 34 ย่านมีนบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบแกลลอนบรรจุสารของเหลว ตรวจสอบเป็นเคตามีน หรือ ยาเค ซึ่งเป็นยาเสพติด เป็นส่วนประกอบของยาสลบ ไม่ใช่สารประกอบระเบิดแต่อย่างใด นั่นจึงเป็นเหตุว่าทำไมจึงไม่มีคนอาศัยในบ้านหลังดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบถามพยานแวดล้อมพบว่าน.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเราะห์ ไม่ใช่ผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว แต่น.ส.วรรณาเคยแวะเวียนมาที่บ้านหลังนี้กับลูก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวจะไม่เจอสารประกอบระเบิด แต่จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มคนซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวแขกขาวที่เข้า-ออกบ้านหลังดังกล่าวนั้น มีความเชื่อมโยงกับระเบิด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือไปยังสถานทูตไทย ประจำกรุงอังการา ตุรกีเพื่อประสานให้ตรวจสอบว่าน.ส.วรรณาอยู่ที่ประเทศตุรกีจริงหรือไม่ โดยล่าสุดได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของน.ส.วรรณาเป็นข้อมูลเสริมในการตรวจสอบอีกด้วย

               เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารจับกุมชายกัมพูชาจำนวน 3 คน ที่เชื่อว่าลักลอบนำพาชาวอุยกูร์เข้าประเทศไทย ตำรวจได้รับข้อมูลในส่วนนี้หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลในเรื่องนี้แต่อย่างใด จึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้

               พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวถึงกรณีการรับมอบตัวของนายอาเด็ม คาราดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ว่าหลังจากถูกแจ้งข้อหา“ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”ซึ่งถือเป็นความผิดซึ่งหน้า นั้น ทางตำรวจจะรับมอบตัว และตรวจร่างกาย ก่อนนำฝากขังที่ศาลมีนบุรี ในวันที่ 5 ก.ย. ทั้งนี้จากการตรวจสอบดีเอ็นเอของนายอาเดม หรือบิลา เติร์ก ไม่ตรงกับชายเสื้อเหลือง แต่อย่างใด ส่วนสัญชาติของนายอาเด็ม หรือบิลา เติร์ก นั้น ยังไม่สามารถยืนยันตามพาสปอร์ตได้ อยู่ระหว่างการนำส่งพาสปอร์ตดังกล่าวเพื่อตรวจสอบต่อไป

               เมื่อถามว่าวันนี้ตำรวจมีการบุกค้นเกสต์เฮ้าส์ ย่านบางรักจริงหรือไม่นั้น โฆษกตร. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในชั้นความลับ ไม่ขอเปิดเผย


ภาพวงจรปิด'ยูซูฟู'ซื้อสารเคมีร้านเคมีภัณฑ์ย่านมีนบุรี

             ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล  พ.อ.วิจารณ์ จดแตง นายทหารพระธรรมนูญ ในฐานะหัวหน้าส่วนปฏิบัติการ คณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) ควบคุมตัว อาเด็ม คาราดัก หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด อายุ 29 ปี สัญชาติตุรกี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ห้องพักภายในพูลอนันต์อพาร์ตเม้น เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. พร้อมของกลาง เป็นเมื่อวันที่ส่งพนักงานสอบสวนบช.น. โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ พร้อมด้วยพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.บก.น.3 โดยทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการอรินทราช 26 จำนวน 5 นาย ควบคุมตัวไปห้องประชุมปารุสกวัน 2 ให้แพทย์จากรพ.ตร. ทำการตรวจร่างกาย ก่อนที่จะให้เข้าพบพนักงานสอบสวนบช.น. กองการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมดำเนินการสอบปากคำ โดยมีล่ามชาวต่างชาติภาษาอาหรับ ตุรกี และอังกฤษ คอยให้ข้อมูล

             ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ  เปิดเผยหลังการรับมอบตัวว่า วันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับตัวนายอาเด็ม จากเจ้าหน้าที่ทหารที่ควบคุมไว้ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 หลังจากครบกำหนด 7 วันส่งให้คณะพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เบื้องต้นทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นได้ให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายโดยผู้ต้องหาอยู่ในสภาพปกติ ก่อนจะแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบตามขั้นตอนว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวมามอบให้ตำรวจเพื่อรับตัวไว้ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตาม ป.วิ อาญา โดยมีล่าม และทนายความร่วมสอบสวน คาดว่าวันนี้ไม่สามารถจะส่งตัวฝากขังทัน โดยหลังจากสอบปากคำเสร็จก็จะควบคุมตัวไปไว้ในพื้นที่บก.น.3 ก่อนนำตัวฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรีในวันพรุ่งนี้(5 ก.ย.)

             พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาครอบครองวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ส่วนสัญชาติของนายอาเด็ม จนถึงตอนนี้ยังใช้ข้อมูลที่เขาอ้างว่าถือพาสปอร์ตตุรกี ส่วนล่ามที่มาในวันนี้มีล่ามที่ใช้ภาษาอังกฤษ อาหรับและตุรกี เนื่องจากนายอาเด็มพูดได้ทั้ง 3 ภาษา โดยประเด็นที่เราสอบสวนเรามุ่งไปทุกประเด็น ต้องทำให้ละเอียดที่สุด จึงยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้

              รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายอาเด็มใช้พาสปอร์ตุชื่อดังกล่าวซื้อซิมโทรศัพท์มาใช้ ซึ่งคาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิด และที่ไม่ได้มีการออกหมายจับ เนื่องจากผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ซึ่งหน้าพร้อมกับพยานหลักฐานที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด

             ส่วนการตรวจสอบวัตถุพยานที่เป็นสารเคมีใช้ประกอบวัตถุระเบิดนั้น ล่าสุดจากการตรวจสอบพบภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ นายยูซูฟู ไมไรลี อายุ 26 สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ชายแดนด่านธรรมชาติ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้เดินทางไปซื้ออุปกรณ์โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้มาเป็นสารประกอบวัตถุระเบิด บริเวณร้านเคมีภัณฑ์ย่านมีนบุรี เมื่อวันที่ 21 ก.ค. และวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้จากการสืบสวนพบว่า ช่วงเช้าก่อนวันเกิดเหตุนั้น ทั้งผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับตามภาพสเก็ตซ์ชายสวมใส่เสื้อสีเหลือง และผู้ต้องหาที่สวมใส่เสื้อสีฟ้า รวมถึงนายอาเด็ม และนายยูซูฟู เดินทางมาอยู่ในบริเวณแยกราชประสงค์อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่า นายอาเด็มน่าจะเป็นผู้ประกอบระเบิด ส่วนนายยูซูฟู เป็นผู้กดชนวนระเบิด ที่อาจจะมีการตั้งเวลาด้วยนาฬิกา ทั้งนี้ ต้องรอผลสรุปการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง เนื่องจากการสอบสวนยังไม่ทราบว่า เพราะเหตุชายเสื้อสีฟ้าจึงนำระเบิดมาทิ้งไว้บริเวณท่าเรือสาทร

             รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับร่องรอยของลายนิ้วมือ ยืนยันว่าพบร่องรอยลายนิ้วมือกับนายยูซุฟู และนายบิลาเติร์ก ภายในห้องเลขที่ 412และ414 พูลอนันต์อพาร์ตเม้น เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. ส่วนบริเวณห้องพักที่ 9106 ไมมูณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ที่มีน.ส.วรรณา สวนสัน เป็นผู้จองห้องพัก และนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามี ได้พาเพื่อนมาเข้าพักนั้น พบร่องรอยลายนิ้วมือของนายยูซูฟู  และเมื่อตรวจสอบข้อมูลโดยรอบพร้อมทั้งสอบปากคำนายยูซูฟูยังให้การว่า นายยูซุฟูไม่ได้ใช่ชายเสื้อเหลืองที่ลงมือก่อเหตุแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิด อาทิ ฝักแค หรือชนวนจุดระเบิดนั้น ซึ่งทางชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดยืนยันว่า ไม่มีขายในประเทศไทยมีที่มาที่ไปอย่างไร


บิ๊กต๊อกเผย ปปง.พบเส้นทางการเงิน

              พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่าสามารถตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องในคดีระเบิดราชประสงค์แล้วโดยเฉพาะภายหลัง การจับกุมผู้ต้องหาหลายคนในคดีทำให้สามารถตรวจสอบระบุตัวบุคคลจนทำให้เห็นความเคลื่อนไหวในระบบบัญชีว่า เงินไหลมีที่มาจากที่ใดบ้าง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้นำข้อมูลดังกล่าวส่งไปยังพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีแล้วส่วนปปง.จะใช้อำนาจยึดและอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องได้เมื่อใดนั้น. จะพิจารณาตามความเหมาะสมและพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และปปง.ติดตามคดีระเบิดแยกราชประสงค์อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Leave a Reply

Subscribe to Posts | Subscribe to Comments

ข่วร้องประจำวัน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

visitor

- Copyright © ข่าววันนี้ -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -