- Back to Home »
- ข่าวทั่วไป »
- ฆ่าโหดหนุ่มใหญ่หน้า มอ. สุราษฎร์ฯ
Posted by : Unknown
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558
ผบก.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดียิงหนุ่มใหญ่ดับหน้า มอ. สุราษฎร์ฯ มุ่งปมล้างแค้น เพราะเคยเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่า และหนึ่งในผู้เสียหายเป็นลูกคนกว้างขวาง ชี้มือปืนเลือกยิงเฉพาะใบหน้าและหัว แบบเดียวกับที่ผู้ตายเคยก่อเหตุกับคนอื่น..
จากเหตุคนร้ายเป็นชาย อย่างน้อย 3 คน ใช้รถกระบะ เชฟโรเลต 4 ประตู สีน้ำตาล ทะเบียน กจ 4884 สุราษฎร์ธานี เป็นพาหนะ ตามยิงนายสมมิตร จันทร์ทอง อายุ 53 ปี ขณะเดินลงจากรถเข้าอาคารพาณิชย์ บริเวณซอยพิเศษ มอ. ใกล้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี หมู่ 9 ต.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ด้วยปืนขนาด 9 มม. และ .40 เสียชีวิตคาที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 สามารถเก็บหัวกระสุนจำนวน 4 หัว ปลอกกระสุน รวม 17 ปลอก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของคดีว่า พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมประชุมกับชุดสืบสวน ประกอบด้วย บก.สส.ภ.8, สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, สภ.เมือง, สภ.นาสาร และ สภ.ขุนทะเล หลังจากมอบหมายงานให้ชุดสืบสวนติดตามหาข่าว โดยเฉพาะเส้นทางหลบหนีของรถคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า หลังก่อเหตุ กลุ่มคนร้ายได้ใช้ถนน สุราษฎร์-นาสาร มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ผ่านแยกบางใหญ่ เลี้ยวซ้ายขึ้นบายพาส มุ่งหน้า อ.พุนพิน และจากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถคันที่คนร้ายใช้ ไม่พบการครอบครองโดยบุคคลใด จึงเชื่อว่าเป็นการสร้างทะเบียนปลอมขึ้นมาเพื่อก่อเหตุโดยเฉพาะ
ส่วนการสืบหารถได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนประสานไปยังบริษัทผู้จำหน่าย เพื่อตรวจสอบยี่ห้อ รุ่น และสี รถคันดังกล่าวว่ามีบุคคลใดถือครอง ซึ่งการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจจะมีผลต่อรูปคดี ทั้งนี้ ล่าสุดชุดสืบสวน ได้นำชายต้องสงสัย 3 คน มาทำการตรวจหาคราบเขม่าดินปืนแล้ว
ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่า ขณะนี้การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างการตรวจสอบปลอกกระสุนเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคดี โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ มี 1 กระบอกเป็นขนาด .40 มม. เป็นอาวุธที่ไม่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย จึงเป็นเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่ผู้ก่อเหตุ ในส่วนของคนร้ายคาดว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน โดยสามารถลงมือท่ามกลางประชาชนโดยกระสุนไม่พลาดไปถูกบุคคลอื่น และใช้เวลาในการก่อเหตุอย่างรวดเร็วเพียง 20 วินาทีเท่านั้น ส่วนจะเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้างหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะสามารถติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุได้ในเร็วๆ นี้
ที่มา: http://www.thairath.co.th

