- Back to Home »
- ข่าวทั่วไป »
- ปปง.เผยเส้นทางการเงินทีมบึ้ม-พบสามี “วรรณา” รับเงินจากตปท.นำไปซื้ออุปกรณ์ทำระเบิด
Posted by : Unknown
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวกรณีที่มีการก่อเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา และศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้วว่า ในส่วนของปปง.ได้ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน กลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว ทั้งจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการ ที่ให้บริการเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบบัญชีเงินฝากของผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 คน คือ น.ส.วรรณา สวนสัน นายเอ็มระห์ ดาวูโตกู สามีของน.ส.วรรณา และนายมิราลลี่ ยูซุฟู
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า สำหรับบัญชีของน.ส.วรรณา พบว่ามีการเปิดบัญชีเงินฝาก รวม 9 บัญชี ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3 บัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 4 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี
ส่วนนายมิราลลี่ พบว่าเปิดบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี และนายเอ็มระห์ เปิดบัญชีเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 1 บัญชี ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเอ็มระห์ พบว่ามีการรับโอนเงินและธุรกรรมทางการเงิน คือ 1.วันที่ 17 ก.พ. 2558 รับโอนเงินผ่านตู้ให้บริการรับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 156,106.10 บาท 2.วันที่ 17 มี.ค.2558 รับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 157,646.08 บาท 3.วันที่ 7 เม.ย. 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซี หัวหมาก ของนายเอ็มระห์ จำนวน 410,000 บาท 4.มีการทยอยถอนเงินออกไปเป็นระยะ จนกระทั่งวันที่ 2 ก.ค.2558 เหลือเงินอยู่ในบัญชี 395.45 บาท และ 5.วันที่ 27 ส.ค. 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชี 14,495 บาท ส่งผลให้มีเงินเหลือในบัญชี จำนวน 14,854.45 บาท ทั้งนี้ สำหรับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าวรายอื่น ทางปปง. กำลังดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบบัญชีของนายเอ็มระห์นั้น ปปง. ได้ขยายผลจนทราบว่ามีชาวต่างชาติทั้งที่อยู่ในประเทศจีนและตุรกี รวมประมาณ 7 คน โดยจะโอนเงินเข้ามาให้ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย 4 คน รวมถึงตัวของนายเอ็มระห์ด้วย โดยเริ่มการโอนเงินตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 จนถึงเดือนมี.ค.2558 รวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งตนยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อของขบวนการนี้ได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินดังกล่าวถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และอีกส่วนหนึ่งนำไปซื้ออุปกรณ์และสารประกอบวัตถุระเบิด อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า บุคคลที่มารับโอนเงินได้ใช้หนังสือเดินทางเล่มเดียวกัน ซึ่งเราจะดำเนินการสืบสวนต่อไป
“สำหรับรูปแบบการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย การโอนเงินผ่านระบบบัญชีธนาคารภายในประเทศ และการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านสถาบันการเงินต่างๆ โดยไม่มีการเปิดบัญชีของธนาคารภายในประเทศ ซึ่งทางผู้รับเงินสามารถนำหมายเลขหนังสือเดินทางพร้อมเลขรหัสของธนาคารต้นสังกัด ไปยื่นและสามารถถอนเงินได้ ทั้งนี้ เราทำงานร่วมกับตำรวจในเรื่องของพยานหลักฐาน หากพบว่าบุคคลเหล่านี้มีการสนับสนุนเกี่ยวกับการก่อการร้าย สิ่งที่ปปง. จะต้องดำเนินการคือ ประกาศให้บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ตามพ.ร.บ.ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งการประกาศเราจะต้องทำเรื่องเสนออัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่งต่อไป ซึ่งเราจะดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ และหากมีการประกาศให้บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางเงินในประเทศได้” เลขาธิการ ปปง. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ตำรวจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มีการรับสินบนทางปปง. จะเข้าไปตรวจสอบอย่างไรหรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องของการทุจริต ซึ่งหากตำรวจต้องการให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบก็ให้แจ้งมา ทาง ปปง. จึงจะสามารถทำได้ ซึ่งก็ต้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนไปก่อน
ที่มา: http://www.khaosod.co.th
