Posted by : Unknown วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558



อธิบดีกรมศิลป์ ยันบูรณะยอดพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช โปร่งใสมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน หลังถูกองค์กรพระสงฆ์ภาคใต้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ตรวจสอบ หวั่นการเคลื่อนไหวจะนำไปสู่ความแตกแยกทางศาสนา เผยกำลังตรวจสอบปลียอดพระบรมธาตุ ก่อนบูรณะให้เหมือนเดิม 




อธิบดีกรมศิลป์ ยันบูรณะยอดพระบรมธาตุเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช โปร่งใสมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน หลังถูกองค์กรพระสงฆ์ภาคใต้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ตรวจสอบ หวั่นการเคลื่อนไหวจะนำไปสู่ความแตกแยกทางศาสนา เผยกำลังตรวจสอบปลียอดพระบรมธาตุ ก่อนบูรณะให้เหมือนเดิม


        วันนี้ (10 ก.ย.) นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนากลุ่มพระสงฆ์ภาคใต้ นำโดยพระอธิการฉัตรชัย อธิจิตฺโต จากวัดบางใหญ่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ยื่นหนังสือถึงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสการบูรณะยอดพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเกิดคราบสนิม รวมถึงให้รื้อถอนอาคารศูนย์การค้าในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระอารามหลวง) จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากใช้แบบแปลนเป็นมัสยิดว่า การบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 2530 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย คือ กรมศิลปากร จังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคประชาชน ช่วยกันตรวจสอบการดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสที่สุด ส่วนที่ทางองค์กรฯ ร้องเรียนว่า มีทองคำหายไปถึง 40 กิโลกรัมนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะระหว่างการบูรณะได้นำทองคำเก็บไว้ที่วัดทั้งหมด เวลาจะนำมาใช้ประกอบปลียอดพระบรมธาตุจึงเบิกมาใช้เป็นส่วน ๆ จนครบ และมีกรรมการร่วมตรวจสอบโดยละเอียด ส่วนคราบสนิมที่ออกมาจากแผ่นทองนั้น จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ออกมาทางบัวกลุ่มของฐานปลียอดพระบรมธาตุ คาดว่า เกิดจากสนิมที่เกาะตะปูเหล็กที่ตอกยึดระหว่างแผ่นทองกับพระบรมธาตุ   

        อธิบดีกรมศิลปากร ยังกล่าวอีกว่า ตนได้ย้ำกับนายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราชว่า ในการบูรณะพระบรมธาตุที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาช่วยตรวจสอบก่อน หากยังไม่ตั้งก็ยังไม่ต้องเริ่มบูรณะ ทั้งนี้กรมศิลปากรได้วางแผนที่จะรื้อบัวกลุ่มออกดูว่า คราบสนิมที่เกิดขึ้นเกาะที่ตะปูจริงหรือไม่ หากใช่ก็จะต้องเปลี่ยนมาใช้ตะปูสแตนเลสแทน เพื่อไม่ให้เกิดคราบสนิมได้อีก 
     นอกจากนี้ อธิบดีกรมศิลป์ ยังกล่าวด้วยว่า อยากถามกลุ่มองค์กรฯ ที่ร้องเรียน เพราะไม่เข้าใจว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ต้องการอะไรกันแน่  ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว การดำเนินการบูรณะมีมาหลายครั้งแล้ว และทุกกระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ส่วนการก่อสร้างสถาปัตยกรรมนั้น สามารถนำศิลปะ หรือเอกลักษณ์มาสร้างความกลมกลืนกันได้  ตนเกรงว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจบานปลายและนำไปสู่ความแตกแยกทางศาสนาได้

     ขณะที่นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราชกล่าวว่า ในวันที่ 21-22 ก.ย. นี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสิบหมู่ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร จะร่วมกันตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ คราบที่ไหลออกมากจากปลียอดพระบรมธาตุ ก่อนดำเนินการบูรณะใหม่ ส่วนการจัดสร้างอาคารแบบแปลนอาคารฉากบังร้านค้านั้น ขอชี้แจงว่าเป็นการออกแบบตามสไตล์อาคารเก่า แบบชิโนโปรตุกีส ในจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งสถาปัตยกรรมของชาติต่างๆ สามารถนำมาใช้ในพระพุทธศาสนาได้ ขณะที่สถาปัตยกรรมไทยก็ยังถูกนำไปใช้ในศาสนาต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น มัสยิดโบราณทางภาคใต้ ก็ยังนำสถาปัตยกรรมไทยแบบโบสถ์ไปใช้ผสมผสาน ขณะที่วัดไทยก็นำสถาปัตยกรรมยุโรปมาสร้างผสมผสานเช่นกัน





http://social.tnews.co.th

Leave a Reply

Subscribe to Posts | Subscribe to Comments

ข่วร้องประจำวัน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

visitor

- Copyright © ข่าววันนี้ -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -