Posted by : Unknown วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558



ถือเป็นหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกเกาะติดต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์ตามข้อร้องเรียนให้สนข.ทีนิวส์สืบค้นข้อเท็จจริง สภาวะการขาดทุนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ของบมจ.การบินไทยหรือตั้งแต่ปี  2556 จนถึงปัจจุบันและนำไปสู่การพิเคราะห์ถึงความเกี่ยวโยงกับภาระต้นทุน ซึ่งเกิดจากการเพิ่มจำนวนเครื่องบินด้วยการจัดซื้อผ่านวงเงินกู้หรือมีปัจจัยอื่นๆ เป็นสาเหตุ

 




ทั้งนี้ข้อมูลสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ  ตัวอย่างแผนการจัดซื้อเครื่องบินในช่วงปี  2546 จนถึงปี  2554   มูลค่ากว่า  6 แสนล้านบาท  นัยยะหนึ่งเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันธุรกิจการบิน และพัฒนาฝูงบินของบมจ.การบินไทย  แต่อีกนัยหนึ่งเป็นการลงทุนที่นำมาซึ่งหนี้สินมูลค่ามหาศาล ประกอบด้วย

1.มติครม.วันที่ 5  ส.ค.2546 ในการจัดหาเครื่องบินจำนวน 15 ลำ ตามแผนวิสาหกิจปี  2545/2546-2549/2550  วงเงินลงทุนรวม  58,324 ล้านบาท      


2.มติครม.วันที่ 23 พ.ย.2547  ในการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจปี  พ.ศ. 2548/2549-2552/2553  จำนวน   14  ลำ   วงเงินลงทุนรวม    96,355  ล้านบาท

    
3.มติครม.วันที่   20 เม.ย. 2554   ในการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2565  จำนวน  75  ลำ วงเงินรวมทั้งสิ้น  457,127 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ  แยกเป็น
           


    3.1 โครงการจัดหาเครื่องบินระยะแรกปี 2554-2560  จำนวน 37 ลำ วงเงินลงทุน 210,602  ล้านบาท  พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรอง วงเงินลงทุน  5,473  ล้านบาท รวมวงเงินลงทุน  216,075  ล้านบาท

                 
3.2 โครงการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 ปี  2561-2565   จำนวน  38  ลำ  แบ่งเป็นการจัดหาเครื่องบินแบบ Firm Order จำนวน  21  ลำ วงเงินลงทุน  125,992  ล้านบาท และการจัดหาแบบ Option Order จำนวน  17 ลำ วงเงินลงทุน  103,081  ล้านบาท พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรอง วงเงินลงทุน  11,979  ล้านบาท รวมวงเงินลงทุน  241,052 ล้านบาท     
      

เนื่องจากเมื่อพิจารณาประกอบกับโครงสร้างหนี้สินระยะยาว  ซึ่งประกอบด้วย  หนี้ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน , เงินกู้ระยะยาว  และ หุ้นกู้  ของบมจ.การบินไทย พบว่ากว่า  10 ปีที่ผ่านมา บมจ.การบินไทย  มีแนวโน้มมูลค่าหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  เริ่มจาก


ปี  2545         ยอดหนี้สินระยะยาว      71,626     ล้านบาท

ปี 2546                      ”                      64,783     ล้านบาท

ปี2547                      ”                       69,959     ล้านบาท

ปี2548                      ”                     102,910     ล้านบาท

ปี2549                     ”                        97,879     ล้านบาท

ปี2550                     ”                      107,927      ล้านบาท




ปี2551     ยอดหนี้สินระยะยาว             105,667      ล้านบาท

ปี2552                    ”                       129,410      ล้านบาท

ปี2553                    ”                       123,125      ล้านบาท

ปี2554                    ”                       123,417      ล้านบาท

ปี2555                   ”                        134,742      ล้านบาท

ปี2556                   ”                        151,550      ล้านบาท

ปี2557                   ”                        146,875      ล้านบาท                 
    

 และถ้านำมูลค่าหนี้สินไปเทียบเคียงกับผลประกอบการกำไร - ขาดทุนสุทธิในรอบปีดังกล่าวก็มีความเชื่อมโยงที่ควรพิจารณาดังนี้


1.ตั้งแต่ช่วงปี  2548   ที่ยอดหนี้สินระยะยาว  ประกอบด้วย  หนี้ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน,เงินกู้ระยะยาว และ หุ้นกู้ มีอัตราเพิ่มขึ้นเป็น  102,910  ล้านบาท  จาก 69,959  ล้านบาท ในปี  2547  เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทักษิณ  มีมติเห็นชอบให้จัดซื้อเครื่องบินจำนวน   29 ลำ  ตามแผนวิสาหกิจปี  2545/2546-2549/2550  และ แผนวิสาหกิจปี  พ.ศ. 2548/2549-2552/2553  มูลค่ารวม  154,679  ล้านบาท   บมจ.การบินไทยมีผลประกอบการเป็นกำไรสุทธิ  6,777   ล้านบาท   ลดลงจาก 3  ปี  ก่อนหน้า หรือตั้งแต่ปี  2545-2547  ซึ่งมียอดกำไรสุทธิเฉลี่ย  10,904 ล้านบาท

2.ตั้งแต่ช่วงปี  2554  ยอดหนี้สินระยะยาวอยู่ในระดับ   123,417  ล้านบาท  และเพิ่มขึ้นเป็น   134,742  ล้านบาท ในปี  2555  เป็น 151,550  ล้านบาท ในปี  2556 และ  เป็น   146,875  ล้านบาท  ในปี  2557  เป็นช่วงที่รัฐบาลอภิสิทธิ์  มีการอนุมัติจัดซื้อเครื่องบินเพื่อการพัฒนาฝูงบินของบมจ.การบินไทย ตามแผนโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2554-2565  จำนวน  75  ลำ วงเงินรวมทั้งสิ้น  457,127 ล้านบาท  ผลประกอบการของบมจ.การบินไทย  ในปี  2554   มีตัวเลขขาดทุนสุทธิ  10,162  ล้านบาท 
ก่อนกลับมามีกำไรสุทธิในปี  6,510  ล้านบาท ในปี  2555  แต่ปี 2556 ขาดทุนสุทธิถึงกว่า 12,047 ล้านบาท ปี  2557  ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 15,612  ล้านบาท  และ ครึ่งปีแรก  2558   ขาดสุทธิอีก   8,218  ล้านบาท  ที่สำคัญในการจัดซื้อเครื่องบินในช่วงปี  2554  มีการระบุเหตุผลขออนุมัติจัดซื้อว่า
เป็นไปตามแผนการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางการบินและฝูงบินเพื่อทดแทนการปลดระวางเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมานาน  ,   เพิ่มประสิทธิภาพฝูงบิน ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ตลอดจนรองรับการเติบโตของตลาดการบิน  ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่าในปี 2554-2557 จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.3 ต่อปี และการขนส่งสินค้าจะเพิ่มขึ้นเฉี่ยร้อยละ 6.4 ต่อปี
ส่วนตลาดประเทศไทย บมจ.การบินไทย  คาดการณ์ว่าตลาดระหว่างประเทศจะมีอัตราการเติบโตระหว่างปี 2554-2557 เฉลี่ยร้อยละ 5.3 ต่อปี ตลาดภายประเทศคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.2 ต่อปี  และสำหรับปี 2561-2565    คาดว่าเส้นทางระหว่างประเทศจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.4 ต่อปี ส่วนผู้โดยสารภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ต่อปี
จากชุดข้อมูลนี้ก็คงต้องหาข้อเท็จจริงกันต่อไปว่ามูลค่าการจัดซื้อเครื่องบินหลายแสนล้านบาทในช่วงปี 2546-2554  มีจุดเชื่อมโยงกับผลประกอบการของบมจ.การบินไทยในปัจจุบันอย่างไร  แต่สิ่งที่แน่ชัดก็คือตัวเลขรายได้ที่ลดลงและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นองค์ประกอบสำคัญทำให้บมจ.การบินไทยต้องประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน






http://www.tnews.co.th

Leave a Reply

Subscribe to Posts | Subscribe to Comments

ข่วร้องประจำวัน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

visitor

- Copyright © ข่าววันนี้ -Metrominimalist- Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -