- Back to Home »
- ข่าวทั่วไป »
- คุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยชาวจีนสอบเครียด ยืนยันเสียงแข็งไม่ได้ฉกเพชร
Posted by : Unknown
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558
เตรียมนำตัวไปสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจดีเอ็นเอ และสแกนหาเพชรของกลาง ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ในกระเพาะอาหารของฝ่ายหญิง หลังนำตัวไปเอ็กซเรย์ที่ ร.พ.ชลประทาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.ย.588 ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเหอยิง กับนางเจียงซูเหลียง ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังในสภาพอิดโรย และยังงสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิม โดยนายเหอยิงถูกขังคนเดียวในห้องควบคุมขณะที่นางเจียงซูเหลียงถูกควบคุมตัวรวมกับผู้ต้องขังหญิงชาวต่างด้าว หลังถูกส่งตัวมาจากสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.มานะ เทียนเมืองปัก ผู้ทรงคุณวุฒิงานสอบสวน สภ. ปากเกร็ด ได้นำตัวนายเหอยิงกับนางเจียงซูเหลียง ผู้ต้องหาชาวจีน 2 คน ออกมาจากห้องควบคุมตัวโดยมีล่ามชาวจีนมาช่วยแปล โดยนายเหอยิงให้การผ่านล่ามว่า เจ้าของโรงแรมในประเทศจีน และมารู้จักกับนางเจียงซูเหลียงในกรุ๊ปทัวร์ที่มาเที่ยว โดยตีตั๋วมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 และกลับวันที่ 10 ก.ย. 58 โดยยอมรับว่าได้ไปเดินเที่ยวในงานแสดงเพชรกับเพื่อนหญิง จริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเอาเพชรไปพร้อมทั้งเรียกร้องขอให้สถานทูตจีนเข้ามาช่วยเหลือในด้านคดีหากตนเอาเพชรไปก็ต้องเจอเพชรแล้วแต่เมื่อไม่เจอจะให้รับสารภาพได้อย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า คดีถึงแม้จะยังไม่พบเพชรของกลางแต่หลักฐานกล้องวีดีโอวงจรปิดรวมทั้งพยานแวดล้อมและพนักงานขายก็สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ ส่วนทางด้านการสืบหาเพชรของกลาง ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามแต่จะได้หรือไม่คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเสียก่อนเพราะหากมีเพื่อนร่วมแก๊งหลังก่อเหตุอาจมีการส่งเพชรของกลางให้กับพรรคพวกไปแล้ว แต่ยืนยันว่าหลักฐานที่มีอยู่สามารถเอาผิดทั้งสองคนได้อย่างแน่นอน โดยจะส่งผู้ต้องหาทั้งสองคนไปตรวจดีเอ็น และสแกน เพื่อหาของกลาง หลังจากนั้นจะนำทั้งสองคนมาเอ็กซเรย์กระเพาะอาหารที่โรงพยาบาลชลประมานว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดจากการนำผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำการเอ็กซเรย์กระเพาะอาหาร พบวัตถุแปลกปลอมลักษณะใกล้เคียงกับเพชรของกลางที่หายไปอยู่ในกระเพาะอาหารของนางเจียงซูเหลียง เจ้าหน้าที่หน้าที่จึงนำตัวนางเจียงซูเหลียง ที่กินยาถ่าย เพื่อให้นางเจียงซูเหลียง ถ่ายวัตถุต้องสงสัยออกมา
ที่มา: http://www.khaosod.co.th
